วันนี้เป็นอีกวันที่แตกต่างจากทุกวันด้วยเหตุผลหลสยๆอย่าง อย่างแรกก็คือเราเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาทั้ง110แผ่นเสร็จแล้ว อีกอย่างก็คือ วันนี้เราจะไปงานBIG ที่สยามพารากอนสักที
ที่งานต่างจากที่เราคิดนิดหน่อย แต่ละซุ้มดูน่าสนใจ คนก็เยอะ แต่เรากลับรูสึกว่ามันน่าเบื่อชอบกล หลังจากวนเวียนอยู่หลายรอบเราจึงหลบออกมา เพราะว่านอกจากโชว์พริตตี้แล้วดูเเหมือนคงไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว เดินวนเวียนอยู่ข่างนอกสักพักก็คิดว่าไปร้านหนังสือคงมีอะไรน่าสนใจมากกว่า เดินไป เดินมาก็พบว่า...
มาผิดฝั่ง ต้องเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง
แต่เราสังเกตเห็นอย่างหนึ่ง.....
มีซุ้ม(ที่พยายามจัดให้ดูไทยๆ) มีการแสดงตีขิมเล็กๆอยู่ ซึ่งก็มีผู้หญิงใส่ชุดไทย ออกไปทางภาคเหนือ นั่งตีอยู่คนหนึ่ง อายุน่าจะแก่กว่าเราสัก2-4ปี เราเดินผ่านหน้าเขาไป เขามองตามมาเล็กน้อย ก่อนเรามาหยุดอยู่เยื้องๆหลังซุ้ม เราแปลกใจที่รู้สึกว่า มีบางอย่างสะกิดใจ เราเลยยืนดูอยู่จากมุมนั้นอยู่นานพักหนึ่ง ดูไปคิดไป แต่ก็ไม่เข้าใจวาอะไรที่สะกิดใจเรา ดูเหมือนกับว่าหญิงคนนั้น แตกต่างจากโลกภายนอกสิ้นเชิง คนที่ผ่านไปผ่านมาดูเหมือนคนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด มองไม่เห็นผู้หญิงคนนั้น ทั้งๆที่อยู่ตรงนั้น จะว่าไปมันก็คล้ายกับสังคมปัจจุบัน ที่ต่างคนต่างอยู่ อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมองเห็นซึ่งกันและกัน เราเพียงแค่มองเห็นสิ่งที่เราอยากเห็นเท่านั้น สมองมนุษย์คงมีข้อจำกัดด้านความจำเพียงแต่นี้ ซึ่งเหตุผลแห่งวิถีแห่งตัวใครตัวมัน อาจเกิดมาจากสมองมนุษย์ก็ได้
หลังการแสดงจบลง ผู้หญิงคนนั้นใส่รองเท้า เดินผ่านหลังเรา และหายลับตาไป
และ......
เธอคงไม่สังเกตเห็นเราเช่นกัน