2012/Nov/28

2012/Aug/11

 12 เรื่องแย่ๆ ของคนไทย ที่ต้องเปิดใจรับฟัง

บางทีความจริงมันเจ็บปวด แต่มันก็เป็นยาขมที่รักษาไข้ได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณทุกความจริง ที่จะทำให้พวกเราคนไทยทำงานดีขึ้น

ทัศนคติของคนต่างชาติมองการทำงานของคนไทย....

เราคว้าตัวฝรั่งมาทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี 
เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:

1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น 
ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม 
ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมืออย่างเต็มที่หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้านก็มี
- เจฟฟรีย์ บาร์น

2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม 
บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า " ขี้เกรงใจ " แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ

3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย 
แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านนายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม 
บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร
- ไมเคิล วิดฟิล์ค

4. ความรับผิดชอบ
    1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า 
ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนาน
ก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร
    2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที 
เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก
- สเตฟานี จอห์นสัน

5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า 
หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่ง
ลงมาก่อนแล้วค่อยทำตามถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด
- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก

6. บอกแต่ข่าวดีคนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ
    1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
    2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า 
จะทำงานเสร็จทันเวลาๆไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย
- โจนาธาน ธอมพ์สัน

7. คำว่า " ไม่เป็นไร "
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหาก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน 
แต่จะใช้คำว่า " ไม่เป็นไร " มาแก้ปัญญหาแทน
- เจนิส อิกนาโรห์

8. ทักษะในการทำงาน
    1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกันบางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย 
บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
    2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
    3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องร าวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก 
แล้ไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม
- เดวิด กิลเบิร์ก

9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย 
ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน
- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์

10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน 
พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา 
การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก 
และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์

11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว 
พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
    1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
    2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
    3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง แต่กลับคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์เต็มที
    4. ไม่ยอมรับความผิดชอบที่มีมากขึ้นในช่วงวิกฤติ
    5. ต้องการเงินมากขึ้นแต่กลับไม่ค่อยสร้างคุณค่างานอะไรเพิ่มขึ้นเลย
- วิลเลี่ยม แมคคินสัน

12. นับถือระบบอาวุโส
คนไทยให้เกียรติคนที่อายุมากกว่ามากเกินไป จนไม่กล้าทำอะไรที่เรียกว่าเป็นการข้ามหน้าข้ามตา 
บางครั้งคนที่อายุน้อยกว่าอาจจะมีความคิดความสามารถมากกว่า แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกเพราะเกรงใจคนที่อายุมาก 
เป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง และโอกาสของบริษัท


Reference: http://www.pantip.com/cafe/siam/topic/F12488227/F12488227.html
Retrieved data on: 11-08-2012

2012/Jul/29

Photobucket
 
 
       การจากลาเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับทุกๆคน วันหนึ่งแล้ว ทุกๆคนจะต้องกล่าวคำอำลากับใครสักคน
หลายคนอาจคิดว่า ถ้าต้องเสียใจขนาดนี้ สู้ไม่ต้องพบกันตั้งแต่แรกเลยจะยังดีเสียกว่า คนที่กล่าวออกมาแบบนี้ไม่ใช่ไม่อยากพบ แต่เพราะมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ เพื่อกปิดบังความเสียใจเอ่อล้นขึ้นมา เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรการสูญเสียก็ึคงไม่เปลี่ยนแปลง

       เราทุกคนควรเรียนรู้ที่จะกล่าวคำอำลา การเรียนรู้ที่จะบอก ไม่ใช่บอกตัวเองและมุ่งไปสู่จุดหมายแห่งการอำลา แต่เป็นการละรึกถึงตัวเองถึงวันแห่งการจากลา ลำลึกไว้เสมอว่าสิ่งใดๆในภายภาคหน้าจะต้องจากลากันด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง เพราะการอำลาไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตที่ดำเนินมาและดำเนินต่อไป เป็นแค่สถานีเชื่อมเพื่อนำไปสู่เส้นทางแห่งการเดินทางสายใหม่เท่านั้น เพราะชีวิตนั้นไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง จึงมีคนสร้างคำว่า "วัฎจักรชีวิต" ขึ้นมา ทุกๆชีวิต ทุกๆสิ่งล้วนเชื่อมโยง และเกื้อหนุนกัน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ใหญ่ขึ้นไป
 
       วันหนึ่งเราอาจจะต้องเดินเพียงลำพัง แต่แท้จริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่โดดเดี่ยวบนโลกแห่งนี้

        ชีวิตล้วนมีหลายครั้งที่เราต้องตัดสินใจ บางเรื่องอาจใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที แต่บางเรื่องแม้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่สามารถหาคำตอบที่ดีที่สุดได้ การตัดสินใจก็เช่นกันที่เป็นเหมือนทางแยกของชีวิต ตัวเลือกของเราไม่มีเพียงตัดสินใจอย่างไรเท่านั้น เราไม่ควรมองแค่ผลของการตัดสินใจจะนำพาเราไปที่แห่งใด แต่หากการตัดสินใจช้า หรือไม่ตัดสินใจเลย ต่างเป็นตัวเลือกหนึ่งเช่นกัน
 

การตัดสินใจ ถามเราว่า จะทำอย่างไร
ส่วนการการจากลา ถามเราว่า จากนี้ไปจะทำอย่างไร 
 
        แต่เมื่อใดที่เราไม่สามารถค้นหาคำตอบได้เจอ 
               ขอเพียงเลือกในตัวเลือกที่เราจะไม่เสียใจภายหลัง ไม่ว่าเราจะมองกลับมาเมื่อใดก็ตาม
        และเมื่อตัดสินใจแล้ว จงเผชิญผลที่ตามมาของการตัดสินใจที่ตามมาอย่างเข้มแข็ง
 

edit @ 29 Jul 2012 18:41:27 by Aquarium