2008/Apr/04

   วันนี้เป็นอีกวันที่แตกต่างจากทุกวันด้วยเหตุผลหลสยๆอย่าง อย่างแรกก็คือเราเปลี่ยนกระเบื้องหลังคาทั้ง110แผ่นเสร็จแล้ว อีกอย่างก็คือ วันนี้เราจะไปงานBIG ที่สยามพารากอนสักที

      ที่งานต่างจากที่เราคิดนิดหน่อย แต่ละซุ้มดูน่าสนใจ คนก็เยอะ แต่เรากลับรูสึกว่ามันน่าเบื่อชอบกล  หลังจากวนเวียนอยู่หลายรอบเราจึงหลบออกมา เพราะว่านอกจากโชว์พริตตี้แล้วดูเเหมือนคงไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว  เดินวนเวียนอยู่ข่างนอกสักพักก็คิดว่าไปร้านหนังสือคงมีอะไรน่าสนใจมากกว่า  เดินไป เดินมาก็พบว่า...
                                 มาผิดฝั่ง ต้องเดินไปอีกฝั่งหนึ่ง   

แต่เราสังเกตเห็นอย่างหนึ่ง.....



        มีซุ้ม(ที่พยายามจัดให้ดูไทยๆ) มีการแสดงตีขิมเล็กๆอยู่ ซึ่งก็มีผู้หญิงใส่ชุดไทย  ออกไปทางภาคเหนือ นั่งตีอยู่คนหนึ่ง อายุน่าจะแก่กว่าเราสัก2-4ปี  เราเดินผ่านหน้าเขาไป เขามองตามมาเล็กน้อย ก่อนเรามาหยุดอยู่เยื้องๆหลังซุ้ม เราแปลกใจที่รู้สึกว่า มีบางอย่างสะกิดใจ เราเลยยืนดูอยู่จากมุมนั้นอยู่นานพักหนึ่ง ดูไปคิดไป แต่ก็ไม่เข้าใจวาอะไรที่สะกิดใจเรา    ดูเหมือนกับว่าหญิงคนนั้น แตกต่างจากโลกภายนอกสิ้นเชิง คนที่ผ่านไปผ่านมาดูเหมือนคนส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด มองไม่เห็นผู้หญิงคนนั้น  ทั้งๆที่อยู่ตรงนั้น  จะว่าไปมันก็คล้ายกับสังคมปัจจุบัน ที่ต่างคนต่างอยู่ อยู่ด้วยกัน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมองเห็นซึ่งกันและกัน เราเพียงแค่มองเห็นสิ่งที่เราอยากเห็นเท่านั้น  สมองมนุษย์คงมีข้อจำกัดด้านความจำเพียงแต่นี้ ซึ่งเหตุผลแห่งวิถีแห่งตัวใครตัวมัน อาจเกิดมาจากสมองมนุษย์ก็ได้

      หลังการแสดงจบลง ผู้หญิงคนนั้นใส่รองเท้า เดินผ่านหลังเรา และหายลับตาไป



      และ......





             เธอคงไม่สังเกตเห็นเราเช่นกัน

2007/Dec/08

    

             /\    
            /. \   
           /'  .\  
             H    

              บางครั้งคนเราก็ต้องการอะไรมากกว่าวิทยาศาสตร์ ที่ให้คำตอบแค่หนึ่งคำตอบ ต่อหนึ่งคำถาม  แม้คนเราในปัจจุบันจะเชื่อในเรื่องวิทยาศาสตร์มากกว่า ศาสนา หรือความเชื่อเก่าๆ ถ้าจะกล่าวถึงใครคนนั้นที่ต้องการสิ่งนั้น ในเวลานี้ ก็คงอยู่ไม่ไกลนัก  เพียงส่องกระจก...  นั่นก็คือตัวเราเอง....  เราเชื่อในวิทยาศาตร์อย่างแรงกล้า แต่ในตอนนี้ เราคงต้องการปาฏิหารย์ มากกว่าคำตอบทางวิทยาศาสตร์

               เวลาของเราในปัจจุบันนั้นไม่แน่นอน บางครั้งวันเป็นนาที  บางนาทีเป็นหลายชม. หรือเพียงวินาทีก็ราวกับหาค่าไม่ได้เลย เพราะว่าในแต่ละวันที่ผ่านไป เรามีเรื่องอะไรให้หนักใจมากมาย เราไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องเรียกเราว่า เทพ เราไม่ชอบคำนี้เลย เหมือนกับว่ามานไกลเกินไป ถ้าเราทำไม่ได้อย่างที่คนอื่นพูด แล้วเราจะเป็นอะไรกันล่ะ เราเป็นคนธรรมดาเหมือนกัน อย่างมาตั้งความหวังกับเราให้มากเกินไปเลย มันหนักเกินไปสำหรับเรา และตอนนี้ดูเหมือนว่าเราจะเริ่มไม่ไหวแล้วล่ะ 

               แล้วก็เรื่องความรักที่เราเข้าใจความหมาย แต่ทำไมรู้สึกว่ามันช่างห่างไกลจากเราเสียเหลือเกิน เรายังไม่เชื่อในความรัก แต่หวังว่าจะมีสักคนที่สามารถทำให้เราเชื่อในเรื่องไร้สาระนี่ได้ หวังว่าเราคงไม่ตายไปซะก่อนนะนั่น เรื่องที่เราหนักใจเกี่ยวกะพวกนี้ก็มีอยู่ว่า....


               ย้อนกลับไปตอนต้นปีหนึ่ง เราได้จีบสาวน้อยคนหนึ่ง ไม่ดิ สาวเฉยๆ อายุคราวเดียวกนเนี่ยล่ะ ซึ่งอยู่ในกลุ่มลีดเหมือนกัน ก่อนเราจะถูกคัดออกจากกลุ่ม และ มีคนอื่นมาจีบต่อ... เหตุการ์ดูเหมือนจะเงียบหาย แต่ก็ไม่ซะทีเดียว ผู้หญิงคนนั้นชื่อเฟย์ เฟย์กะเรายังคุยกันเหมือนเพื่อน จนวันหนึ่ง เฟย์ไม่สบายใจ ไม่มีใครคุยดด้วยเลย จึงโทรหาเราในเวลาราวๆเที่ยงคืน เราก็คุยด้วยจนเฟย์ดีขึ้นจึงแยกย้ายกันไปนอน เรื่องมันเริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น เรารู้สึกว่าเราเริ่มชอบเธอขึ้นมาอีกแล้วและอยากแยกแฟนเฟย์ออกมา เพราะเราไม่ชอบนิสัยมันซัเลย ทั้งเหลาะแหละ แล้วก็ดูชอบหาเศษหาเลยชอบกล ในคราวเดียวกันเรากลัว กลัวว่าเราจะต้องเสียเพื่อนคนนี้ไป เพ่อนในตอนนี้ที่เราไว้ใจมากที่สุด และเพื่อนคนนี้ ยังไม่เคยทำเราผิดหวังเลย (เว้นแต่กลัวเราแรกๆ) เราชอบเธอมากขึ้นทุกวัน จนเรากลัวตัวเองมากขึ้น ว่าจะทำอะไรงี่เง่า จนทำให้มองหน้ากันไม่ติดอีกต่อไป



เรากำลังสับสนว่าเราควรจะทำไงดี
                                           
เราควรเป็นเพื่อนต่อไป แต่.....
                                         
                                         
                                         
ทำไมชักรู้สึกแปลกๆขึ้นทุกๆวัน
                                         
                                         
                                         
                                         
                                        
ถ้าเราอยากให้มีปาฏิหารย์...
                                     

                                   
เรื่องนี้คือสิ่งที่เราหวัง....

                              
                         
                    
               
...ที่สุด
      
  

2007/Dec/03

    

            หลังจากวันนี้ที่ได้ไปดูหนังเรื่อง รักแห่งสยาม แล้ว ก็รู้สึกว่าหนังเรื่องนี้สามารถตอบคำถามเราได้ แม้จะไม่ครบทุกส่วน แต่เราว่า บางส่วน เราอาจต้องไปค้นหาเอง ในตัวหนังกล่าวถึงความรักมากมาย แม้เราจะจำมาได้ไม่หมด เนื่องจากมุมมองในเรื่องนี้มีเยอะมาก แต่ดูเหมือนที่โดนใจก็คงเป็นการที่เรา... ทำไมนึกไม่ออกแฮะ แต่ก็พอเข้าใจว่าทำไมคนเราต้องมีความรัก แม้ว่าหากรักมากเกินไป เมื่อสูญเสีย ก็ยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น แต่คนเราก็ยังรักกันต่อไป เพราะว่าความรักนี่ล่ะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตเรามีค่า  สิ่งต่างๆคงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ถ้าขาดความรัก ...

หวังว่าสักวันหนึ่ง เราคงพบเจอความรัก ในแบบที่เราต้องการจริงๆ